[074]โคะโคะโระ – ความรักคือบาป

เพราะเธอแสดงให้ฉันเห็นถึงความเด็ดเดี่ยวในการที่จะพยายามจับอะไรบางอย่างในใจของฉันออกมาอย่างไม่เกรงใจ เพราะเธอตั้งใจที่จะกรีดหัวใจฉัน และดื่มเลือดอุ่นๆ ที่ไหลเวียนในนั้น แต่ตอนนั้นฉันยังอยากมีชีวิตอยู่ ฉันยังไม่อยากตาย ดังนั้นฉันจึงบ่ายเบี่ยงความต้องการของเธอโดยให้สัญญาว่าจะเล่าให้ฟังวันหลัง ตอนนี้ฉันกรีดหัวใจตัวเองออกมาและกำลังจะเอาเลือดอาบหน้าเธอ เมื่อชีพจรฉันหยุดเต้น ถ้าเธอรับเอาชีวิตใหม่นี้ เข้าไปอยู่ใจเธอได้ ฉันก็พอใจแล้ว

(เซนเซ,จากฉบับภาษาไทยแปล โดยดร.ปรียา อิงคาภิรมย์ โฮะริเอะ กับกนก ศฤงคารินทร์, สนพ.ยิปซีหญ้า, หน้า 247-248)

AFk1E5a

หนึ่งในวรรณกรรมญี่ปุ่นของ “นัตสึเมะ โซเซคิ” ผู้ที่ได้ปรากฎใบหน้าบนธนบัตรพันเยนในประเทศญี่ปุ่น
เรื่องราวถูกแบ่งเป็น 3 ส่วน และเล่าผ่านตัวข้าพเจ้า(วะตะชิ) ได้กล่าวถึงเซนเซ ที่เขาได้พบในตอนไปเที่ยวที่คะมะคุระแล้วเกิดความสนใจในตัวของเซนเซขึ้นมา และนำพาไปสู่เรื่อง “โคะโคะโระ”

สิ่งที่น่าประทับใจในเรื่องนี้การบรรยายอย่างเรียบง่าย ทุกอย่างดูสวยงามไปหมด ในด้านภาษาและบรรยากาศในเรื่อง ถึงแม้ว่าเราจะไม่เคยไปสัมผัสสถานที่นั่นๆ หรือเคยเห็นต้นไม้ แต่กลับเข้าใจถึงความสวยงามได้ เป็นเรื่องที่ดีในความรู้สึกเราจริงๆ ค่ะ ตอนได้อ่าน ต้องขอบคุณทั้งนักเขียนและคนแปลที่สามารถถอดความออกมาได้ดีขนาดนี้

[สปอยแน่นอนค่ะ]
สำหรับเรื่องนี้เราขอกล่าวถึงความรู้สึกที่เรามีแต่ตัวละครก่อนค่ะ

ข้าพเจ้า ในเรื่องนั้นได้บรรยายถึงเซนเซในเชิงยกย่องบูชาราวกับเป็นบุคคลตัวอย่าง หรือภาษาบ้านๆ เราก็คงเป็นไอด้อล  ถึงจะเรียกว่าเซนเซ แต่เซนเซก็ไม่ได้ประกอบอาชีพเป็นอาจารย์หรืออย่างไร เป็นเรื่องที่น่าตกใจพอสมควรเมื่ออ่านถึงจุดนี้ แต่ข้าพเจ้าที่เรียกเซนเซว่าเซนเซเพราะรู้สึกเคารพยกย่องไว้ตั้งแต่แรก แต่ตัวข้าพเจ้าไม่สนใจต้องการที่จะรู้จัก ในช่วงเริ่มแรกก็คงเหมือนความรู้สึกชั่วครู่ แต่รู้สึกตัวอีกที ตัวข้าพเจ้ากลับไปเยี่ยมเยือนบ้านของเซนเซไปประจำ โดยที่เซนเซเอง ถึงแม้ว่าจะแสดงท่าทีเฉยชา แต่ตัวข้าพเจ้ากลับคิดว่ายิ่งเซนเซถอยห่าง เขายิ่งต้องเข้าหา จนในที่สุดตัวเซนเซยังเคยเอ่ยปากขึ้นมาเกี่ยวกับข้าพเจ้าว่า ช่างมีพลังเหลือเฟือเหลือเกิน แต่ตัวเซนเซไม่สามารถตอบสนองต่อความเหงาของข้าพเจ้าได้
ข้าพเจ้าเลยตอบกลับไปว่าไม่ได้เหงา และเซนเซถึงได้พูดกลับมาว่า ถ้าไม่เหงาแล้วจะมาหาเขาทำไม?
อาจารย์นัตสึเมะได้บรรยายถึงความหลงใหลในตัวเซนเซอย่างข้าพเจ้าได้รู้สึกว่าไร้เดียงสา เหมือนที่จะเรียนรู้และรู้จักให้มาก มากขึ้น ถึงกับเอ่ยยกย่องเซนเซอยู่เสมอ นั่นเป็นสร้างความลำบากใจให้กับตัวเซนเซ เหมือนความร้ายที่แสนบริสทุธิ์ที่แม้แต่ตัวข้าพเจ้าไม่เข้าใจด้วยซ้ำ เซนเซที่พยายามบอกทั้งอ้อมๆ และตรงๆ (ในแบบยุคสมัยนั้น) แล้วกลับไม่ได้ทำให้ข้าพเจ้าลดความพยายามที่จะเข้าหาเซนเซเลยแม้แต่น้อย..

เซนเซ เรียกได้ว่าเป็นตัวละครหลักของเรื่องราว เป็นคนที่ดูถูกตัวเองก่อนที่จะดูถูกคนอื่น เหยียบย่ำตัวเอง ปลีกวิเวกจากสังคม ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและสันโดษ ถึงอย่างนั้นตัวเซนเซเองก็มีภรรยา และรักภรรยาด้วย ตัวภรรยาเองก็รักเซนเซ แต่เซนเซยังพูดในเชิงที่ว่าพวกเราดูเหมือนน่าจะเป็นคู่ที่มีความสุข แท้จริงแล้วเซนเซกลับไม่มีความสุข มีเพียงแต่ทุกข์ ภรรยาของเซนเซยังเคยกล่าวว่า เซนเซเกลียดมนุษย์ นั่นหมายถึงเซนเซนั่นเกลียดภรรยาเพราะเป็นมนุษย์นั่นเอง ตัวละครเซนเซมีความซับซ้อน ด้วยความที่พูดน้อยและการพูดในแต่ละครั้งมีความหมายแฝงอยู่เสมอทำให้ถูกมองว่าเป็นคนที่โดดเดี่ยว จริงๆ แล้วตัวเซนเซก็เคยกล่าวในเรื่องถึงความโดดเดี่ยวแล้วเช่นกัน ส่วนตัวเราชอบตัวละครเซนเซที่สุดในเรื่องแล้วค่ะ

ภรรยา เซนเซเคยกล่าวว่าเธอช่างน่าสงสาร ใช่ค่ะ เป็นคนที่น่าสงสาร เป็นคนที่เซนเซรักมากที่สุด เพราะรักมากจนทำให้เรื่องราวที่เจ็บปวดขึ้นมา เป็นคนที่บริสุทธิ์ และเหตุเช่นนี้เซนเซยังเลือกที่ปกป้องเธอจนถึงวินาทีสุดท้าย กังวล ทุกข์ทรมานเพราะภรรยา ถึงยังงั้นก็ไม่สามารถหนีไปได้จริงๆ โดยส่วนตัวเรามองว่าตัวภรรยาเหมือนเหยื่อแห่งวังวนของความอิจฉาและเห็นแก่ตัวค่ะ เป็นคนที่ไม่รู้อะไรเลย (ถ้ามองจากที่อ่านมา) เพราะความไม่รู้อะไรเลยทำให้กลายเป็นตัวละครที่น่าสงสาร

K ต้นเหตุแห่งโศกนาฎกรรมและวังวนแห่งความอิจฉาและเห็นแก่ตัวของเซนเซ เพื่อนสนิทของเซนเซที่เซนเซมักจะไปเยี่ยมชมหลุมศพเป็นประจำทุกเดือน K เป็นตัวละครที่พุ่งไปข้างหน้า ดื้อดึง มุทะลุ แต่เมื่อจุดนึงเขากลับได้เรียนรู้ความรัก อันนำพามาซึ่งความโศกเศร้าให้กับตัวภรรยาและเซนเซ K ถูกบรรยายว่าไม่มีเพื่อนคนไหนเลยมีเพียงเซนเซคนเดียวเท่านั้น แถมยังตัดขาดจากครอบครัวโดยสิ้นเชิงอีกต่างหาก แต่แล้วจุดจบของเส้นทางของ K คือการอัตวินิบาตกรรมตัวเอง… เรามองว่า K เป็นตันแทนของคนที่มุ่งไปข้างหน้าโดยไม่สนใจอะไรแต่กลับสะดุดครั้งนึงแล้วไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ เราไม่ได้รับรู้ถึงความนึกคิดของ K เลย เพราะ K ในเรื่องถูกเล่าจากมุมมองความคิดของตัวเซนเซที่เป็นเพื่อนสนิทที่สุด


การหลอกลวง เซนเซพูดเสมอว่าเขาไม่เชื่อใจใครเลย และไม่คิดเชื่อใจใครด้วยอีกต่างหาก แต่การที่ได้รู้จักกับข้าพเจ้า ทำให้เซนเซสามารถพูดได้ว่าถ้าเป็นเธอแล้วล่ะก็สามารถเชื่อใจได้หรือเปล่า เป็นจุดที่บีบหัวใจเรามากค่ะ ตัวละครเซนเซเคยโดนหลอกจากญาติสนิทตัวเองจนทำให้ต้องตัดขาดจากทางบ้าน ทำให้เกิดเป็นแผลใจที่ไม่สามารถลบเลือนหายไปได้ ถึงแม้ว่าตอนหลังจะได้มาพบกับคุณหนูและคุณนาย แผลใจที่ฝังลึกก็เหมือนจะตื้นขึ้น แต่กลับเกิดเหตุการณ์ที่แสนน่าสลดขึ้นเสียก่อน
ทั้งนี้ ถึงตัวเซนเซจะเกลียดการการหลอกลวงแค่ไหน แต่ตัวเซนเซก็โดนคำโป้ปดที่แสนเห็นแก่ตัวครอบงำเช่น ในจุดที่ K มาสารภาพกับตัวเซนเซว่า K ชอบคุณหนู เซนเซเลือกวิธีที่ขลาดเขลาปกปิดความจริง กลับไปเล่นแทงลับหลัง ตัวเขาเองที่เคยโดนคนอื่นทำร้ายหัวใจมาแล้ว แต่กลับเป็นฝ่ายทำเองเพราะความรักที่เซนเซที่มีให้ต่อคุณหนู เป็นเหตุผลที่เซนเซถึงได้กล่าวว่า ความรักนั้นเป็นบาป บาปที่ทำให้คนเราโง่เขลา บาปที่ทำให้เราทำร้ายคนอื่นเพื่อตัวเอง บาปที่ทำให้เราต้องพูดจาโกหกว่าร้ายและทำให้จิตใจที่แสนบอบบางพังทลายลงไปได้อย่างง่ายดาย

การปกปิดและการให้อภัย เพราะเซนเซใช้วิธีลอบกัดที่แสนร้ายกาจดุจยาพิษทำให้ K ค่อยพังทลายลงไปอย่างช้าๆ โดยที่เซนเซเองก็ไม่รู้ว่าจุดสิ้นสุดของ K นั้นมันช่างเรียบง่ายและเจ็บปวด เซนเซเลยไม่สามารถให้อภัยตัวเอง เซนเซกล่าวโทษตัวเองทุกอย่างเกี่ยวกับการตายของ K และเก็บมันไว้ในใจคนเดียว ยอมไปขอขมาที่หลุมศพของ K ทุกเดือนเพื่อหวังว่าซักวันจะได้รับการให้อภัยโดยไม่รู้ว่ามาจากตัวเขาเองหรือจาก K ผู้ล่วงลับไปแล้ว แต่ในท้ายที่สุด ตัวละครข้าพเจ้าได้เข้าทำให้เซนเซหวั่นไหวถึงการปกปิดอตีดที่แสนเจ็บปวดนี้ อาจจะเป็นเพราะว่าตัวเซนเซมองเห็นข้าพเจ้าเหมือนตัวเองในอตีด ไร้เดียงสา ซื่อและบริสุทธิ์เกิน และไม่อยากทำให้ชีวิตของข้าพเจ้าต้องจบเหมือนตัวเอง หรือตัวเซนเซอาจจะไม่ได้คิดแบบนั้น อาจจะมองว่าการเขียนจดหมายเพื่อบอกเล่าอตีดของตัวเองให้ข้าพเจ้าอ่านเป็นหนทางสุดท้ายที่ไถ่บาปที่ตัวเองได้สร้างไว้ แต่ถึงกระนั้นเซนเซเองที่เคยขี้ขลาดกลับสามารถเลือกเส้นทางที่จะทำได้ หลังเจอข้าพเจ้า นับว่าเป็นการเติบโตที่กินเวลายาวนานเหลือเกิน

ความรักและความหลงใหล แกนของเรื่องอยู่ที่จดหมายอตีดของเซนเซ ความรัก 3 เส้าที่มีรสเปรี้ยวและขม ไม่ว่าใครต่างก็ไม่อยากทำร้ายใครทั้งนั้น ทั้งหมดรู้จักกัน แต่เซนเซปล่อยให้ความเด็กและความหลงใหลย้อมตัวเองจนกลายเป็นความเกลียดชังจนผลักดันให้ตัวเองต้องผลักเพื่อนสนิทลงเหวลึกที่น่าสะพรึงกลัว บีบบังคับจิตใจที่บอบบางให้แหลกละเอียด ทั้งของ K และของตัวเอง ถึงกระนั้นเซนเซก็รักภรรยา รักยิ่งกว่าสิ่งใดๆ ในโลก เลือกที่จะเอ่ยความจริงถึงแม้วาระสุดท้ายที่เขาอยากปกป้องความงดงามและความบริสุทธิ์ของภรรยาไว้เอง

ความต่างของยุคสมัย บางคนที่อ่านเรื่องนี้อาจจะอึดอัดว่าทำไมไม่ยอมคุยกัน แต่ด้วยมุมมองในช่วงยุคสมัยที่เกิดขึ้นในเรื่อง คือยุคเมจิ ที่ทำตามแบบแผนประเพณีอย่างเคร่งครัดโดนไม่มีการให้หย่อนหยานแล้ว พบว่ามันช่างน่าเศร้าเหลือเกินกับการถูกจำกัดในกรอบ ตัวเซนเซเองยังพูดว่ายุคนสมัยที่ต่างกันทำให้เกิดช่องว่างที่อาจจะไม่เข้าใจกัน เหมือนที่ยุคนึงคนเราต้องทำสิ่งนี้ แต่ยุคนี้กลับมองสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ไร้สาระก็เป็นได้

เรื่องจบลงที่จดหมายของเซนเซ ที่เซนเซได้เขียนไว้ตอนท้ายว่า หากเธอได้รับจดหมายฉบับนี้แล้วละก็ตัวเซนเซคงไม่มีชีวิตบนโลกใบนี้อีกต่อไปแล้ว ใช่แล้วค่ะ เซนเซที่ขี้ขลาดไม่กล้าเลือกเส้นทาง ได้เลือกเส้นทางที่แสนโหดร้ายเป็นการลงโทษ ชดเชยและไถ่บาปของตัวเอง

ข้าพเจ้าและเซนเซ “ฉันได้ทำสิ่งที่เหนือกว่าการแก้แค้นไปแล้ว” แม้ในวาระสุดท้ายเซนเซปลงใจกับทุกสิ่งแต่กลับเขียนจดหมายถึงข้าพเจ้า นั่นเพราะเคยให้คำสัญญาไว้แล้ว นั่นเป็นอีกเหตุผลนึง แต่ในมุมมองของเรา อีกเหตุผลที่เซนเซต้องการแก้แค้นให้กับข้าพเจ้าเช่นกัน โดยการบอกเล่าเรื่องราวโศกนาฎกรรมนี้ เพื่อเป็นการตอกย้ำว่า นี่ไงละ เซนเซที่เธอเคารพยกย่อง ก็เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาคนนึงที่แสนสกปรกเหลือเกิน เป็นไงละ ผิดหวังที่ตัวเซนเซเป็นแบบนี้ หากเธอผิดหวังแล้วละก็ นั่นแหละคือสิ่งที่เรียกว่าจิตใจ จิตใจของมนุษย์มันช่างซับซ้อน ทั้งๆ ที่รู้แต่กลับทำอะไรไม่ได้ มีทั้งที่เข้าใจและไม่เข้าใจ แต่เราไม่สามารถทำอะไรกับมันได้จริงๆ จิตใจมนุษย์เป็นสิ่งที่สวยงามและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน

ปล. มีอะไรที่เราอยากเขียนเรื่องนี้อีกเยอะ แต่ขอทิ้งช่วงไว้ซักพักแล้วเราจะกลับมาอ่านใหม่อีกรอบนึงค่ะ มุมมองของเราอาจจะเปลี่ยนไปจากบทความที่เขียนนี้อยู่ก็ได้ค่ะ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s